ประเทศเกาหลีใต้

สถานการณ์ปัจจุบันของการดำเนินการด้านสมาร์ทกริด

นโยบายและปัจจัยสำคัญที่เป็นส่วนผลักดันโครงการด้านสมาร์ทกริด

ประเทศเกาหลีใต้ได้ตั้งวิสัยทัศน์สำคัญในเรื่องของสมาร์ทกริดไว้คือ “ต้องเป็นประเทศที่มีสมาร์ทกริดอย่างทั่วถึงทั่วประเทศและดีที่สุดในโลก โดยสมาร์ทกริดจะทำให้ประเทศพัฒนาไปสู่สังคมที่เติบโตแบบสีเขียวและใช้คาร์บอนต่ำ” ดังแสดงในรูปที่ 1.3.4-1

โดยเกาหลีใต้มองจุดแข็งของประเทศของเขาในเรื่องนี้ไว้สามประการคือ มีพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยหนาแน่น มีระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตบรอดแบรนด์ที่ดีที่สุดในโลก และมีบริษัทส่งและจำหน่ายไฟฟ้าเพียงบริษัทเดียว (Korea Electric Power Corporation: KEPCO)

รัฐบาลเกาหลีใต้ได้ตั้งเป้าหมายในการลดการปลดปล่อย CO2ในปี 2020 ให้ได้เทียบเท่ากับการที่จะต้องลดการปล่อย CO2ลงให้ได้ถึง 30% จากระดับประมาณการของปี 2020 (Business As Usual: BAU) (1.3.4-18)โดยสมาร์ทกริดจะเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่ทำให้เกาหลีใต้บรรลุเป้าหมายนี้ได้

รูปที่ 1.3.4-1 วิสัยทัศน์ของสามาร์ทกริดเกาหลีใต้, จาก Korea Smart Grid Institute (1.3.4-1)

รูปที่ 1.3.4-1 วิสัยทัศน์ของสามาร์ทกริดเกาหลีใต้, จาก Korea Smart Grid Institute (1.3.4-1)

ข้อตกลงโคเปนเฮเกน (Copenhagen Accord) และพิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol)

เกาหลีใต้แม้จะได้เข้าเป็นสมาชิกของพิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) แต่ก็ไม่ได้มีภาระผูกพันในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามพิธีสาร แต่อย่างไรก็ดีเกาหลีใต้ได้ยอมรับการมีภาระผูกพันอย่างสมัครใจในการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามข้อตกลงโคเปนเฮเกน (Copenhagen Accord) โดยเกาหลีใต้จะดำเนินการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 30% เมื่อเทียบกับระดับของการดำเนินการปกติ (Business As Usual: BAU) ภายในปี ค.ศ. 2020(1.3.4-18)

แผนการดำเนินงานและแผนที่นำทางด้านสมาร์ทกริด

ประเทศเกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีแผนที่นำทางที่ชัดเจนในการดำเนินการพัฒนาสมาร์ทกริดของประเทศ โดยการพัฒนาตามแผนที่นำทางจะแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มใหญ่ และแบ่งช่วงเวลาออกเป็น 3 เฟส

แนวคิดการพัฒนา 5 กลุ่มตามแผนการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดของประเทศ (Smart Grid Roadmap)

ประเทศเกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีแผนที่นำทางในการดำเนินการพัฒนาสมาร์ทกริดของประเทศ โดยการพัฒนาตามแผนที่นำทางจะแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มใหญ่คือ (1.3.4-1)

  • Smart Power Grid

กริดไฟฟ้าแบบเปิดจะถูกสร้างขึ้นเพื่อให้สามารถเกิดการเชื่อมต่อที่หลากหลายระหว่างแหล่งผลิตไฟฟ้า (Supply Sources) กับโหลดที่บริโภคไฟฟ้า (Consumption) แบบต่างๆ โดยคาดว่ากริดในรูปแบบนี้จะทำให้เกิดรูปแบบใหม่ๆทางธุรกิจไฟฟ้า นอกจากนี้จะเสริมสร้างความเชื่อถือได้และคุณภาพของระบบไฟฟ้าให้ดีขึ้นอีกด้วย โดยระบบไฟฟ้าจะสามารถกลับมาทำงานเป็นปกติได้เองแบบอัติโนมัติภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ความผิดปกติขึ้น

  • Smart Consumer

มีเป้าหมายส่งเสริมให้ผู้ใช้ไฟฟ้าใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยการให้ข้อมูลแบบ Real Time และโดยการพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านแบบอัจฉริยะ (Smart Home Appliances) ที่สามารถทำงานโดยตอบสนองกับอัตราค่าไฟฟ้าแบบ Real Time

  • Smart Transportation

มีเป้าหมายในการวางโครงสร้างพื้นฐานของระบบชาร์จประจุสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วประเทศ เพื่อให้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถชาร์จได้ทุกที่ นอกจากนี้จะพัฒนาระบบการจ่ายไฟฟ้ากลับจากรถยนต์ไฟฟ้าไปยังกริดด้วย (V2G: Vehicle to Grid) โดยที่แบตเตอรี่ของรถยนต์ไฟฟ้าจะถูกชาร์จในช่วง Off Peak และสามารถขายพลังงานไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้ากริดได้ในช่วง Peak

  • Smart Renewable

มีเป้าหมายในการสร้างระบบไมโครกริดของโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั่วประเทศ โดยที่บ้าน อาคาร และหมู่บ้าน จะสามารถพึ่งพาตนเองทางด้านพลังงานไฟฟ้าให้ได้มากที่สุด (Energy self-sufficiency) โดยการติดตั้งการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียนขนาดเล็กในทุกๆผู้ใช้ไฟฟ้า

  • Smart Electricity Service

โดยการนำเสนอบริการอัตราค่าไฟฟ้าเพื่อการประหยัดค่าไฟฟ้าแบบต่างๆ จะเป็นการพัฒนาในเรื่องของสิทธิของผู้บริโภคในการเลือก (Right-to-Choose) เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลาย นอกจากนี้จะมีการนำเสนอบริการใหม่ๆที่หลากหลายจากการที่พัฒนาระบบ ICT เข้ามาในระบบไฟฟ้า ซึ่งรวมทั้งการซื้อขายไฟฟ้าแบบ Real Time ด้วย

แผน 3 เฟส: การดำเนินงานตามแผนฯและระยะเวลาในการดำเนินการตามแผนที่นำทาง

ประเทศเกาหลีแบ่งการดำเนินการตามแผนด้านสมาร์ทกริดออกเป็น 3 เฟส ดังแสดงในรูปที่ 1.3.4-2(1.3.4-1)

  • เฟสที่ 1: 2010 -2012 Technical Validation

เป็นช่วงพัฒนาสร้างระบบสมาร์ทกริดทดสอบในพื้นที่สาธิตซึ่งใช้สำหรับทำการทดสอบทางการทำงานเทคนิคต่างๆของระบบและอุปกรณ์สมาร์ทกริด เช่น Real-time monitoring, EV, Energy Storage, Microgrid, อัตราค่าไฟฟ้าทางเลือกแบบต่างๆ เป็นต้น ซึ่งเกาะเจจูได้ถูกเลือกโดยรัฐบาลเกาหลีใต้ในปี ค.ศ.2009 ให้เป็นพื้นที่พัฒนาการสาธิตสมาร์ทกริด (Jeju Testbed)

  • เฟสที่ 2: 2013 -2020 Intelligent Consumers

เป็นช่วงขยายการพัฒนาสร้างระบบสมาร์ทกริดในพื้นที่ของเมืองต่างๆ จะมีการสนับสนุนให้ผู้ใช้ไฟฟ้ามีการผลิตไฟฟ้าใช้เอง สนับสนุนให้มีการขยายตัวของการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และจะเริ่มดำเนินการอัตราค่าไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ (RTP: Real Time Pricing)

  • เฟสที่ 3: 2021 -2030 Intelligent Power Grid

เป็นช่วงขยายการพัฒนาสร้างระบบสมาร์ทกริดไปทั่วประเทศ จะมีการสนับสนุนให้ผู้ใช้ไฟฟ้ามีการผลิตไฟฟ้าใช้เอง เป็นช่วงที่มีการใช้พลังงานหมุนเวียนอยู่ทั่วไป รถยนต์ไฟฟ้าใช้งานแพร่หลาย ระบบไฟฟ้าเป็นแบบ Self Recovery บ้านและอาคารเป็นแบบ Zero Energy Home/Building และจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดพลังงานไฟฟ้าของเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ

รูปที่ 1.3.4-2 แผนภูมิรายละเอียด วิสัยทัศน์ เป้าหมาย และแผน 3 ช่วงของสามาร์ทกริดเกาหลีใต้
จาก Korea Smart Grid Institute (1.3.4-1)

รูปที่ 1.3.4-2 แผนภูมิรายละเอียด วิสัยทัศน์ เป้าหมาย และแผน 3 ช่วงของสามาร์ทกริดเกาหลีใต้
จาก Korea Smart Grid Institute (1.3.4-1)

 

มาตรการสนับสนุนและงบประมาณในลงทุน

การลงทุนตามแผนที่นำทางด้านสมาร์ทกริด

รัฐบาลเกาหลีใต้ได้มีแผนการลงทุนตามแผนที่นำทางดังกล่าวคือ

  • การพัฒนาเทคโนโลยี 7 Trillion won
  • 2.2 Trillion won โดยการอุดหนุนของรัฐบาล
  • 4.8 Trillion won โดยการลงทุนของภาคเอกชน
  • การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 20.5 Trillion won
  • 0.5 Trillion won โดยการอุดหนุนของรัฐบาล
  • 20 Trillion won โดยการลงทุนของภาคเอกชน

มาตรการสนับสนุนทางการเงินอุดหนุน ให้แก่ผู้ซื้อ EV ในกรุงโซลและเกาะเจจู และการตอบสนองโดยผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า EV (1.3.4-5)

ในปี ค.ศ.2015 นี้รัฐบาลท้องถิ่นของกรุงโซลและจังหวัดเจจูได้ออกมาตรการอุดหนุนทางการเงินแก่ผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า EV เพิ่มเติมจากการสนับสนุนจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมที่ให้เงินสนันสนุน 13,689 USD ต่อคัน ซึ่งเมื่อรวมกับการอุดหนุนของรัฐบาลท้องถิ่นทำให้เงินอุดหนุนรวมมีมูลค่าถึง 18,261 USD ต่อคัน

มาตรการนี้ทำให้ตลาดรถยนต์ EV ในประเทศเกาหลีใต้ตื่นตัวและมีการลดราคาและทำแคมเปญทางการตลาดกันโดยหลายผู้ผลิด เช่น Renault Samsung Motors ลดราคารถ EV รุ่น SM3 Z.E. ลง1.48 million won (1,350 USD) มาเหลือ 41.9 million won (38,240USD)GMKorea ลดราคารุ่น Spark EV ลง 1.5 million won (1,369 USD) เหลือ 38.4 million won (35,057 USD)Kia Motors ลดราคาลงอีก 1 million won (913 USD) เป็นต้น นอกจากนี้บริษัทฮุนไดของเกาหลีใต้ก็มีแผนที่จะส่งรถยนต์ EV ออกสู่ท้องตลาดภายในปีหน้า

กฎหมายสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจสีเขียวและการลด CO2(1.3.4-19)

เกาหลีใต้มีกฎหมาย Basic Law on Low Carbon Growth and Green Growth ค.ศ. 2010 ซึ่งกำหนดให้จัดสรรเงิน 2% ของ GDP ในการกระตุ้นธุรกิจสีเขียว (Green Business) และโครงการที่ช่วยในการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก

กฎหมายที่ส่งเสริมและกำกับดูแลการพัฒนาสมาร์ทกริด(1.3.4-17)

ประเทศเกาหลีได้ประกาศกฎหมายที่สำคัญเกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาสมาร์ทกริดคือ Smart Grid Construction and Utilization and Promotion Act (Act No. 10714, 24 May 2011)ซึ่งกำหนดถึงวัตถุประสงค์ หน้าที่ของรัฐ การพัฒนาและแผน การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา การจัดตั้งหน่วยธุรกิจ การร่วมกับต่างประเทศ การ Certification การจัดทำมาตรฐาน ข้อกำหนดการใช้ข้อมูลบนสมาร์ทกริด ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล การดูแลเรื่อง Interoperability ฯลฯ

ติดตามการดำเนินงานตามแผนด้านสมาร์ทกริด

ทิศทางการดำเนินการตามแผน

แนวทางการดำเนินการด้านสมาร์ทกริดของเกาหลีใต้นั้นจะเด่นชัดมากในเรื่องการทำโครงการนำร่องอย่าง โครงการเจจู และการสนับสนุนให้ผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ได้มีส่วนร่วมในการทำโครงการเพื่อโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการทำตลาดทั้งในและต่างประเทศ

การลงทุนในด้านสมาร์ทกริดและภาพรวมของโครงการสมาร์ทกริดที่เกิดขึ้น

การลงทุนในด้านสมาร์ทกริดที่สำคัญยิ่งของเกาหลีใต้คือการลงทุนในโครงการสาธิตเจจู ซึ่งเป็นการลงทุนร่วมกันระหว่างรัฐบาลและเอกชนของเกาหลีใต้นอกจากนี้รัฐบาลเกาหลีใต้ยังได้วางวงเงินในการพัฒนาเทคโนโลยีสมาร์ทกริดไว้ 7 Trillion won และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 20.5 Trillion won

โครงการสาธิตเจจู (Jeju Testbed)

เกาะเจจูได้ถูกคัดเลือกโดยรัฐบาลเกาหลีในปี ค.ศ. 2009 ให้เป็นพื้นที่พัฒนาการสาธิตสมาร์ทกริด โดยจะเป็นชุมชนสมาร์ทกริดที่ใหญ่ที่สุดในโลกดังแสดงในรูปที่ 1.3.4-3 เกาะเจจูจะเป็นพื้นที่ทดสอบทางอุปกรณ์และระบบสมาร์ทกริดและ R&D ที่มีความก้าวหน้าที่สุด รวมทั้งจะมีการทดสอบโมเดลทางธุรกิจต่างๆของสมาร์ทกริดอีกด้วย เกาะเจจูเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพของลมดี โดยในปี ค.ศ. 1997 – 2003 ได้มีการติดตั้ง Wind Farm ที่ Haengwon เป็นจำนวน 15 หน่วยรวม 10 MW และมีติดตั้งเพิ่มอีก 1 หน่วย 1.5 MW ในปี ค.ศ. 2006 โดย The Korea Institute of Wind Power Generation ในโครงการสมาร์ทกริดที่เกาะเจจูนี้จะมีการติดตั้งสมาร์ทกริดและมิเตอร์ AMI ให้กับบ้านอยู่อาศัยกว่า 6,000 หลัง ติดตั้งโซล่าร์รูฟท็อปอีกอย่างน้อย 114 หลัง และมีการติดตั้งโซล่าร์ฟาร์มเพิ่มเติม นอกจากนี้Jeju Energy Corporation (JEC) ยังได้มีแผนลงทุนติดตั้ง Offshore Wind Power Generation ปริมาณ 100 MW ภายในปี ค.ศ. 2020 โดยมีมูลค่าการลงทุนกว่า 725 billion won (672.54 ล้าน USD) ซึ่งจะทำให้เกาะเจจูเป็นเกาะที่ “Carbon Free” โดย Wind Turbine ที่ติดตั้งในโครงการเจจูก็พัฒนาสร้างโดยบริษัท Hyundai ของเกาหลีใต้นั่นเอง ดังรูปที่ 1.3.4-4

ในช่วงแรกรัฐบาลเกาหลีใต้ได้วางแผนการลงทุนในโครงการเจจูไว้ที่ 64.5 billion won ในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 2009 – 2013 นอกจากนี้ KEPCO ได้วางแผนลงทุนอีก 115 ล้าน USD ในการทดสอบอุปกรณ์ทางด้านสมาร์ทกริดที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดคาร์บอนฟุตปริ้นท์ ที่พื้นที่ทดสอบของโครงการเจจูในระหว่างปี ค.ศ. 2015 – 2017 และยังมีแผนในการขยายการติดตั้งใช้งานอุปกรณ์สมาร์ทกริดมายังกรุงโซลและเมืองอินชอนภายในปี ค.ศ. 2017 (1.3.4-2)

นอกจากนี้ยังมีแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางด้าน EV ในโครงการเจจูให้สมบูรณ์ภายในปี ค.ศ. 2017 ด้วยมูลค่าการลงทุน 300 billion won (274.73 ล้าน USD) เพื่อให้การทดสอบการใช้รถยนต์ไฟฟ้า EV มีความก้าวหน้าตามแผน โดยในปี ค.ศ. 2014 มีรถ EV เพียง 850 คัน และตั้งเป้าให้เป็น 1,500 คันในปี ค.ศ. 2015 และ5,000 คันในปี ค.ศ. 2016 โดยที่ปี ค.ศ. 2017 คาดหวังว่าจะมีรถยนต์ EV ในโครงการเจจูให้ได้ทั้งสิ้น 50,000 คัน ซึ่งสำหรับกรุงโซลก็มีเป้าหมายที่จะให้มีรถยนต์ EV ถึง 50,000 คันภายในปี ค.ศ. 2017 เช่นกัน(1.3.4-3)

รูปที่ 1.3.4-3 โครงการเจจู, จาก Korea Smart Grid Institute (1.3.4-1)

รูปที่ 1.3.4-3 โครงการเจจู, จาก Korea Smart Grid Institute (1.3.4-1)

 

รูปที่ 1.3.4-4 5.5 MW Wind Turbine ของ Hyundai ที่ติดตั้งบนเกาะเจจูจาก www.Windpowerengineering.com (1.3.4-15)

รูปที่ 1.3.4-4 5.5 MW Wind Turbine ของ Hyundai ที่ติดตั้งบนเกาะเจจูจาก www.Windpowerengineering.com (1.3.4-15)

ในเดือนมีนาคมค.ศ.2015 จะมีการจัดงานเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้านานาชาติ The 2nd International Electric Vehicle Expo (IEVE 2015) ขึ้นที่เกาะเจจู โดยมีผู้แทนเมืองต่างๆที่สนับสนุนการใช้ EV ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่จากทั่วโลกการ 80 รายมาร่วมออกแสดงในงาน

ความก้าวหน้าในการดำเนินงานนำเทคโนโลยีด้านสมาร์ทกริดต่างๆเข้าใช้งาน

เกาหลีใต้ได้มีความคืบหน้าที่ได้ดำเนินการไปแล้วหลายประการโดยจำนวนมากจะเกิดขึ้นในโครงการนำร่องที่เกาะเจจูและการปรับปรุงระบบไฟฟ้าของ Korea Electric Power Corporation (KEPCO) นอกจากนี้ใน        แผนที่นำทาง 3 เฟสของเกาหลีใต้ยังมีการะบุถึงเทคโนโลยีต่างๆที่จะต้องทำการพัฒนาในแต่ละเฟสได้แก่ (1.3.4-21)

  • เฟสที่ 1: ค.ศ. 2010 ถึง 2012 มีเทคโนโลยีพื้นฐานที่เป็นเป้าหมายคือ การพัฒนา Korean Energy Management System (EMS)
  • การพัฒนาระบบ Intelligent Transmission Network Monitoring and Operation
  • ระบบควบคุม IT-based สำหรับระบบไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่
  • การพัฒนาต้นแบบของ Advanced Substation Automation System โดยใช้เทคโนโลยีการควบคุมแบบดิจิตัล
  • การพัฒนา  Power  Equipment  Monitoring System โดยใช้ Active Telemetrics
  • การพัฒนา Intelligent Distribution Management System
  • การพัฒนาการสื่อสารโดยใช้เทคโนโลยี Power Line Communication (PLC)
  • Power Semiconductor สำหรับการผลิตไฟฟ้าแบบกระจายตัวและอินเวอร์เตอรุ์ตสาหกรรม
  • การพัฒนา Integration Energy Management System (EMS) สำหรับ Microgrid 
  • Consumer Portal System สำหรับธุรกิจบริหารทางด้านพลังงานที่เป็นแบบ IT-Based
  • เฟสที่ 2: ค.ศ.  2013 ถึง 2020 เน้นพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็น Intelligent Services ได้แก่  AMI
  • Vehicle to Grid  (V2G)
  • โครงสร้างพื้นฐานสำหรับโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant: VPP)
  • Smart Power Trading Systems
  • เทคโนโลยีทางด้าน Smart New Renewable-Linked
  • การพัฒนาสมาร์ทกริดในเขตเมืองในระดับกว้างขวาง
  • เฟสที่ 3: ค.ศ. 2021 ถึง 2030 เป้าหมายคือผลลัพธ์ในระดับทั่วประเทศ
  • AMI-Based Automatic Power Trading
  • EV และ บริการการชาร์จโดยทั่วไป
  • พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการผลิตไฟฟ้าด้วย RE ขนาดใหญ่
  • การอินทิเกรตระบบการซื้อขายพลังงานไฟฟ้าและการพัฒนาบริการ

การติดตั้งเทคโนโลยีอุปกรณ์และระบบ AMI

สมาร์ทมิเตอร์เป็นส่วนสำคัญในการดำเนินการโครงการนำร่องต่างๆของเกาหลีใต้ ร่วมกับการทำ DR และการทดสอบเทคโนโลยีต่างๆ รัฐบาลเกาหลีใต้ได้วางแผนไว้ที่จะติดตั้งสมาร์ทมิเตอร์ครึ่งหนึ่งของครัวเรือนเกาหลีภายในปี ค.ศ. 2016 และจะติดตั้งทดแทนมิเตอร์แบบเก่าทั้งหมดภายในปี ค.ศ. 2020(1.3.4-19)

อุปกรณ์ต่างๆที่ด้านฝั่งผู้ใช้ไฟฟ้า เช่น PCT, HEMS, BEMS, FEMS, IHD

อุปกรณ์ด้านฝั่งผู้ใช้ไฟฟ้าแบบสมาร์ทนั้นได้มีการผลิตขายเชิงพาณิชย์แล้วในเกาหลีใต้ เช่นผลิตภัณฑ์ของบริษัท LG เป็นต้น และมีการดำเนินการสาธิตต่างๆในโครงการนำร่องหลายโครงการ เช่น โครงการ Consumer-Participating Smart Place (1.3.4-19) ซึ่งเป็นโครงการย่อยในโครงการเจจู ซึ่งทำการสาธิตทางด้านการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ไฟฟ้า ในบ้านและอาคารที่ทำการทดสอบ จะประกอบไปด้วย Integrated Energy Management Services ในการจัดการการใช้พลังงาน จะมีการติดตั้งแหล่งผลิตพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานในบ้านเรือนร่วมกับ In-Home Displays เพื่อการตรวจรู้การใช้พลังงาน

ความก้าวหน้าในเรื่องการควบคุมระบบจำหน่ายอย่างอัตโนมัติ (DA/FA)

ระบบควบคุมอัตโนมัติของระบบจำหน่ายถูกเกาหลีใต้วางการพัฒนาไว้ตั้งแต่เฟสที่ 1 ของแผนที่นำทาง คือการพัฒนาต้นแบบของ Advanced Substation Automation System โดยใช้เทคโนโลยีการควบคุมแบบดิจิตัล (1.3.4-21)

ความก้าวหน้าในการบริหารจัดการข้อมูลจากสมาร์ทมิเตอร์ (MDMS)

MDMS เป็นการบริหารจัดการข้อมูลจากมิเตอร์ของผู้ไฟฟ้า เกาหลีใต้วางการพัฒนา Consumer Portal System สำหรับธุรกิจบริการทางด้านพลังงานที่เป็นแบบ IT-Based ไว้ในแผนที่นำทางเฟสที่ 1 และวาง Smart Power Trading Systems ไว้ในเฟสที่ 2 และได้วาง AMI-Based Automatic Power Trading ไว้ในเฟสที่ 3 ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อเนื่องโดยร่วมกับการพัฒนาของ MDMS (1.3.4-21)

ความก้าวหน้าในการติดตั้งเซ็นเซอร์สมัยใหม่ในระบบส่งไฟฟ้า PMU (Phasor Measurement Unit)

PMU เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีหลักทางด้าน Wide Area Monitoring ซึ่งเกาหลีใต้วางการพัฒนาไว้ตั้งแต่เฟสที่ 1 ของแผนที่นำทางคือ การพัฒนาระบบ Intelligent Transmission Network Monitoring and Operation และ การพัฒนา Power Equipment Monitoring System โดยใช้ Active Telemetrics (1.3.4-21)

ความก้าวหน้าในด้าน EHV/HVDC, FACTs 

เกาหลีใต้วางการพัฒนา Power Semiconductor สำหรับการผลิตไฟฟ้าแบบกระจายตัวและอินเวอร์เตอร์อุตสาหกรรมไว้ในแผนที่นำทางเฟสที่1 ซึ่ง Power Semiconductor เป็นส่วนประกอบสำคัญในอุปกรณ์ HVDC, FACTs (1.3.4-21)นอกจากนี้ในปัจจุบันเกาหลีใต้ก็ยังมี HVDC Line พิกัด 300 MW ที่ใช้เชื่อมเกาะเจจูกับแผ่นดินใหญ่ (1.3.4-22)

ความก้าวหน้าในด้านการตอบสนองด้านโหลด(DR)

รัฐบาลเกาหลีได้ตั้งเป้าไว้ว่า จะต้องมีทางเลือกในด้านอัตราค่าไฟฟ้าให้กับผู้บริโภคทุกรายภายในปี ค.ศ. 2020 และจะมีผู้สนใจเข้าร่วม 30% ภายในปี ค.ศ. 2030 (1.3.4-20) การทดสอบด้าน DR มีอยู่ในโครงการนำร่องต่างๆของเกาหลีใต้ เช่น โครงการ Consumer-Participating Smart Place (1.3.4-19) ซึ่งเป็นโครงการย่อยในโครงการเจจู ซึ่งทำการสาธิตทางด้านการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ไฟฟ้า โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการ 600 หลัง ทำการทดสอบในเทคโนโลยีด้าน Demand Response, Advanced Metering Infrastructure, Energy Storage, Electric Vehicles, และ Distributed Renewable Generation มีงบประมาณ 30 ล้าน USD ในบ้านและอาคารที่ทำการทดสอบจะประกอบไปด้วย Integrated Energy Management Services ในการจัดการการใช้พลังงาน และมีการเสนออัตราค่าไฟแบบ RTP ด้วย นอกจากนี้จะมีการติดตั้งแหล่งผลิตพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานในบ้านเรือนร่วมกับ In-Home Displays เพื่อการตรวจรู้การใช้พลังงาน ในโครงการยังประกอบไปด้วยระบบที่ประกอบขึ้นจากเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน และระบบผลิตไฟฟ้า Solar PV ที่มาทำงานร่วมกัน

ความก้าวหน้าในการดำเนินงานด้านมาตรฐาน (Standard) และความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ (Interoperability),ICT Integration และ Cyber Security

เกาหลีใต้ได้ให้ความสำคัญกับการจัดทำมาตรฐาน โดยรัฐบาลเกาหลีใต้ได้ร่วมมืออย่างแข็งขันกับรัฐบาลสหรัฐในการพัฒนาด้านพลังงาน การพัฒนามาตรฐานทางด้านสมาร์ทกริด และทางด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือทางด้านการอบรมพัฒนาทักษะ และความริเริ่มทางด้าน Smart Building (1.3.4-19)

แนวโน้มความสนใจและความก้าวหน้าทางด้านไมโครกริด

ความสนใจในเรื่องของไมโครกริดจะเห็นได้จากโครงการ Renewable Energy Source Operating System (1.3.4-19)ซึ่งเป็นโครงการย่อยในโครงการเจจูซึ่งทำการทดสอบทางด้าน Micro Grid ที่ประกอบไปด้วยประกอบไปด้วย Distributed Renewable Generation และ Network Monitoring & Telemetry โครงการดูแลโดย POSCO ICT มีอุปกรณ์ในระบบคือ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานลม 2 ชุด (750kW), ระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) 2MVA/500kWh, ระบบแบตเตอรี่แบบ Lead-Acid 275kW/137.5kWhโครงการจะเน้นทางด้าน ESS มากด้วยเช่นกัน โดยมีแบตเตอรี่หลากหลายเช่น Li-ion, Lead-Acid, EDLD, Redox Flow เป้าหมายของโครงการคือทำการนำร่องระบบไมโครกริดซึ่งสามารถทำงานได้ทั้งแบบอิสระและแบบที่เชื่อมต่อกับกริดหลัก

แนวโน้มความสนใจและความก้าวหน้าทางด้านระบบกักเก็บพลังงาน

รัฐบาลเกาหลีใต้ตั้งเป้าด้านระบบกักเก็บพลังงานไว้ว่าจะดำเนินการติดตั้งทั้งหมด 500 MW ภายในปี ค.ศ. 2015 และ 2GW ภายในปี ค.ศ. 2020 (1.3.4-22) ปัจจุบัน ระบบกักเก็บพลังงานเป็นส่วนหนึ่งของโครงการทดสอบต่างๆในโครงการเจจู (1.3.4-19)นอกจากนี้บริษัทซัมซุงมีบริษัทลูกคือ SDI ซึ่งทำการดูแลผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่ ได้แก่ Lithium-Ion Battery ได้พัฒนาระบบแบตเตอรี่หลายชนิดที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสมาร์ทกริด (1.3.4-6)เช่นแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า EV และระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ (ESS) การนำระบบ ESS มาใช้กับบ้านอยู่อาศัยที่ติด Solar Rooftop เพื่อให้สามารถใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางคืนได้ก็เป็นเป้าหมายหนึ่งในการทำการตลาดของซัมซุง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของประเทศเกาหลีใต้ในเรื่อง Zero Energy Home

แนวโน้มความสนใจและความก้าวหน้าในการอินทิเกรตยนต์ EV เข้ามาในระบบ

ในระยะยาวนั้นเกาหลีใต้ได้ตั้งเป้าการใช้รถยนต์ไฟฟ้า EV อยู่ที่2.4 ล้านคันและมีสถานีชาร์จแบบรวดเร็วมากกว่า 27,000 สถานีภายในปี ค.ศ. 2030 (1.3.4-20)โครงการสนับสนุนการใช้ EV ในกรุงโซล (1.3.4-4)เป็นโครงการสำคัญที่ส่งเสริมความก้าวหน้าของการใช้รถยนต์ไฟฟ้า EV ในเกาหลีใต้ กรุงโซลได้ประกาศแผนที่จะติดตั้งระบบชาร์จอย่างรวดเร็วสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า EV (High-Speed Electric Vehicle (EV) Chargers) ให้ได้ 136, 270, 600 สถานีภายในปี ค.ศ. 2015, 2016, และ 2018 ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีโครงการสร้างคอมเพล็กซ์อุตสาหกรรมสำหรับ EV โดยเฉพาะ นอกจากนี้กรุงโซลยังมีแผนการจัดซื้อรถยนต์ไฟฟ้า EV 40,000 คัน รถบัสโดยสารไฟฟ้า 3,000 คัน และรถแท็กซี่ไฟฟ้าอีก 7,000 คัน

โครงการ Smart Transportation เป็นโครงการย่อยในโครงการเจจู (1.3.4-19)โดยจะเน้นด้านรถยนต์ไฟฟ้า EV มีการลงทุนประมาณ 18 ล้าน USD โดย SK Consortium โครงการจะประกอบไปด้วย บ้านเรือน 600 หลัง, รถยนต์ EV 72 คัน, สถานีชาร์จ 89 แห่ง, ระบบกักเก็บพลังงานในบ้าน 9 หลัง (3 kWh), พัฒนาระบบกักเก็บพลังงานสำหรับอาคาร (BESS) (150 kWh), พัฒนาระบบกักเก็บพลังงานสำหรับพลังงานลม 1 แห่ง โครงการมีกำหนดแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 2009 ในโครงการนี้โครงสร้างพื้นฐานสำหรับรถยนต์ EV จะถูกอินทิเกรตเข้าไปกับระบบไฟฟ้าและทำงานร่วมกับ ระบบชาร์จแบบฉลาดและรวดเร็ว จุดชาร์จที่มีกำหนดพิกัด GPS และข้อมูลและบริการฉุกเฉินต่างๆ การสื่อสารที่ใช้ในโครงสร้างพื้นฐานนี้จะเป็นแบบไร้สาย โดยการบริหารจัดการข้อมูลสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน EV จะดำเนินการจากศูนย์กลางการปฏิบัติการ (Total Operating Centre: Network Operating Centre) ซึ่งตั้งอยู่ภายใน Jeju Smart Grid System Demonstration Complex

ความก้าวหน้าในการพัฒนาการพยากรณ์พลังงานหมุนเวียนและการอินทิเกรต RES

การอินทิเกรตพลังงานหมุนเวียนเข้ากับระบบกักเก็บพลังงานเป็นการสาธิตหนึ่งที่มีทดสอบในโครงการนำร่องต่างๆของเกาหลีใต้เช่นโครงการเจจู (1.3.4-19)รัฐบาลเกาหลีใต้ได้ตั้งเป้าหมายด้านนี้เอาไว้ว่าจะมีอย่างน้อย 1 ล้านครัวเรือนที่ติดตั้งพลังงานหมุนเวียนภายในปี ค.ศ. 2020 (1.3.4-22)

กิจกรรม/โครงการด้านสมาร์ทกริดอื่นๆ

ความร่วมมือกับต่างประเทศในการพัฒนามาตรฐานทางด้านสมาร์ทกริด

เกาหลีใต้เป็นหนึ่งใน 28 ประเทศสมาชิกของ The International Energy Agency (IEA) ซึ่งมีความร่วมมือกันในทำงานส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงานและพลังงานสะอาด ซึ่งรวมทั้งเรื่องของสมาร์ทกริดด้วย IEA ได้ตีพิมพ์และเผยแพร่ Smart Grid Technology Road Map(1.3.4-11)ในปี ค.ศ.2011 ซึ่งกำหนดแนวทางสำคัญในเรื่องของเทคโนโลยีสมาร์ทกริด ซึ่งประเทศสมาชิกและประเทศอื่นๆสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้

ในปี ค.ศ.2013 Korea Smart Grid Association (KSGA) ได้ลงนาม MOU กับ Open ADR Alliance เพื่อร่วมกันจัดตั้ง Open ADR Alliance Korea ซึ่งจะทำให้เกิดการส่งเสริมและพัฒนาการใช้มาตราเปิด Open ADR ในประเทศเกาหลีใต้อย่างจริงจัง Open ADR เป็นมาตรฐานเปิดที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อการรับส่งข้อมูลในการทำการตอบสนองด้านโหลดแบบอัตโนมัติ (AutomatedDemand Response) ปัจจุบันได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและจะพัฒนาต่อไปเป็นมาตรฐาน IEC ที่ใช้กันทั่วโลก

ในด้านมาตรฐาน IEC 61850 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งมาตรฐานที่สำคัญของสมาร์ทกริด KEPCO ได้ทำการพัฒนาชุดเครื่องมือทดสอบมาตรฐาน IEC 61850 สำหรับอุตสาหกรรมร่วมกับบริษัท Quality Logic สหรัฐอเมริกาโดยประสบความสำเร็จในปี ค.ศ.2015 และทาง KEPCO ได้มอบให้Quality Logic เป็นตัวแทนจำหน่ายต่อไป

สมาคมสมาร์ทกริดแห่งประเทศเกาหลี (Korea Smart Grid Association: KSGA) (1.3.4-16)

KSGA ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ค.ศ.2009 โดยความร่วมมือของอุตสาหกรรมชั้นต่างๆของประเทศเกาหลี เช่น KEPCO, LG, Hyundai, Samsung SDI, Hyosung เป็นต้น โดยมีพันธกิจในการร่วมมือกันช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆของสมาร์ทกริด การจัดประชุมสัมนา การวิจัยพัฒนา เป็นสื่อกลางระหว่างรัฐบาลและภาคเอกชน พัฒนามาตรฐานทางเทคนิค จัดอบรมผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งจดทะเบียนธุรกิจที่เกี่ยวกับสมาร์ทกริด  ซึ่งธุรกิจต่างๆได้เข้าร่วมกันพัฒนาสมาร์ทกริดในโครงการเจจู ดังแสดงตามรูปที่ 1.3.4-5

KSGA ยังเป็นพันธมิตรที่สำคัญกับ JSCA ซึ่งเป็นสมาคมทางด้านสมาร์ทกริดของญี่ปุ่น โดยได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกันในเดือนกันยายนค.ศ. 2011

รูปที่ 1.3.4-5 สมาคมของบริษัทต่างๆที่ช่วยกันพัฒนาโครงการบนเกาะเจจู, จาก www.ksmartgrid.org (1.3.4-16)

รูปที่ 1.3.4-5 สมาคมของบริษัทต่างๆที่ช่วยกันพัฒนาโครงการบนเกาะเจจู, จาก www.ksmartgrid.org (1.3.4-16)

 

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางด้านสมาร์ทกริดของบริษัทซัมซุง(1.3.4-6)

ซัมซุงมีบริษัทลูกคือ SDI ซึ่งทำการดูแลผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่ ได้แก่ Lithium-Ion Battery ซึ่งซัมซุงได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำตลาด โดยมีผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในอุปกรณ์ตั้งแต่ขนาดเล็กๆเช่นสมาร์ทโฟนไปจนถึงแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า EV และระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ (ESS) ดังเช่นแสดงในรูปที่ 1.3.4-6 โดยการนำระบบ ESS มาใช้กับบ้านอยู่อาศัยที่ติด Solar Rooftop ดังแสดงตามรูปที่ 1.3.4-7 เพื่อให้สามารถใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางคืนได้ก็เป็นเป้าหมายหนึ่งในการทำการตลาดของซัมซุง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของประเทศเกาหลีใต้ในเรื่อง Zero Energy Home

นอกจากนี้ในปี ค.ศ. 2013 Samsung SDI ยังได้ร่วมกับ Xtreme Power ได้รับคัดเลือกให้พัฒนาโครงการกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ขนาด 1 MW/ 1MWh ที่เท็กซัส สหรัฐอเมริกา โดยมีมูลค่าโครงการกว่า 27 ล้าน USD (1.3.4-7) ในปี ค.ศ. 2014 ซัมซุงยังได้พัฒนา Home Energy Management ออกสู่ท้องตลาดอีกด้วย (1.3.4-8)โดยเป็นอุปกรณ์และระบบที่บริหารจัดการการใช้พลังงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆภายในบ้านที่เชื่อมต่อเข้าถึงกันผ่านโปรโตคอลการสื่อสารที่เป็นมาตรฐาน ซึ่งก่อนหน้านี้ในปี ค.ศ. 2011 ซัมซุงก็ได้ออกผลิตภัณฑ์ Smart Appliance เช่น ตู้เย็นที่รองรับการสื่อสารอย่าง WiFi และ Zigbee (1.3.4-9)

รูปที่ 1.3.4-6 ESS Solution ของซัมซุง
จาก www.samsungsdi.com (1.3.4-6)

รูปที่ 1.3.4-6 ESS Solution ของซัมซุง
จาก www.samsungsdi.com (1.3.4-6)

 

รูปที่ 1.3.4-7 ESS สำหรับบ้านอยู่อาศัย ของซัมซุง
จาก www.samsungsdi.com (1.3.4-6)

รูปที่ 1.3.4-7 ESS สำหรับบ้านอยู่อาศัย ของซัมซุง
จาก www.samsungsdi.com (1.3.4-6)

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางด้านสมาร์ทกริดของบริษัทแอลจี (1.3.4-10)

LG ทำการพัฒนาและทำตลาดผลิตภัณฑ์ Smart Appliance โดยใช้ชื่อทางการตลาดของเทคโนโลยีว่า LG Smart ThinQTMตั้งแต่ปี ค.ศ.2011 ซึ่ง LG ก็ได้ออกผลิตภัณฑ์ Smart Appliance เช่น ตู้เย็นที่รองรับการสื่อสารอย่าง WiFi และ Zigbee (1.3.4-9)ดังแสดงในรูปที่ 1.3.4-8รวมทั้งเตาอบไฟฟ้าและเครื่องซักผ้า ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ LG อ้างว่ามีความพร้อมในการเชื่อมต่อกับสมาร์ทกริด (Smart Grid Ready) ซึ่งจะมีโหมดในการทำงานที่จะช่วยประหยัดพลังงานรวมทั้งค่าไฟฟ้า โดยต้องขึ้นกับว่าผู้ใช้ไฟฟ้าซื้อไฟฟ้าจากบริษัทที่ขายไฟให้แบบสมาร์ทกริด
อย่างไรด้วย

รูปที่ 1.3.4-8 Smart Appliance ของ LG, จาก www.lg.com (1.3.4-10)

รูปที่ 1.3.4-8 Smart Appliance ของ LG, จาก www.lg.com (1.3.4-10)

ระดับความพร้อมใช้งานของการดำเนินงาน/กิจกรรมสมาร์ทกริด (วิจัยพัฒนา/สาธิตนำร่อง/เชิงพาณิชย์)

ปัจจุบันความพร้อมใช้งานของเทคโนโลยีสมาร์ทกริดของประเทศเกาหลีใต้อยู่ในระดับวิจัยพัฒนาควบคู่ไปกับการสาธิตนำร่องจำนวนมาก หลายผลิตภัณฑ์มีความพร้อมที่จะจำหน่ายเชิงพาณิชย์แล้ว และหลายผลิตภัณฑ์ก็ใกล้ที่จะมีความพร้อมที่มากพอ เริ่มมีการเตรียมความพร้อมในการส่งออกเทคโนโลยีไปยังต่างประเทศภายหลังการสาธิตที่เกาะเจจู รวมทั้งการทดลองใช้ในเขตเมืองใหญ่ต่างๆเช่น กรุงโซล ในขณะที่ผู้ผลิตอุตสาหกรรมรายใหญ่อย่างฮุนไดก็มีความพร้อมในการผลิตรถยนต์ EV และบริษัทซัมซุงที่ผลิตระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ ที่มีเทคโนโลยีพร้อมผลิตสู่ตลาดในเชิงการค้าได้ทันที ดังเช่นที่ได้ส่งออกไปพัฒนาโครงการ ESS ขนาดใหญ่ที่เท็กซัส นอกจากนี้เกาหลีใต้ยังมีผู้ผลิตโซล่าร์อินเวอร์เตอร์ที่จำหน่ายระบบเชิงพาณิชย์แล้วหลายราย มีบริษัทที่ผลิต Wind Turbine อย่างฮุนได รวมทั้งมีบริษัท LG ที่ผลิต Smart Appliance ออกสู่ท้องตลาดแล้ว

บทสรุปประสบการณ์

  • ผลสำเร็จและความคาดหวัง
  • เทคโนโลยีหลักต่างๆมีความพร้อมในการนำไปใช้งานในเชิงพาณิชย์
  • Dynamic Pricing, TOU, DR ได้ผลลัพธ์ที่ดีและเป็นที่คาดหวังได้ ควรจะมีการขยายผลต่อไป
  • เรื่อง Demand Management กำลังได้โมเมนตัมที่จะไปต่อ โดยที่ BEMS สามารถลด Cost และสามารถทำกำไรในเชิงธุรกิจได้
  • ในการทำโครงการ Pilot ต่างๆนั้นสิ่งสำคัญคือให้รัฐบาลเป็นผู้นำ แล้วดึงภาคเอกชนต่างๆเข้าร่วม โครงการจึงจะประสบความสำเร็จ ไม่ใช่รัฐบาลทำอย่างเดียว
  • ปัญหา อุปสรรค และข้อจำกัด
  • ยังขาดโมเดลทางธุรกิจที่ทำให้เทคโนโลยีสมาร์ทกริดต่างๆนำไปใช้ได้แพร่หลาย
  • เรื่อง Energy Storage System ยังต้องการการอุดหนุน แต่เกาหลีใต้ก็เห็นว่าควรอุดหนุนต่อไป และเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับเทคโนโลยี Microgrid
  • จำนวน EV ในเกาะเจจูในปี ค.ศ.2014 เพิ่งทำได้แค่ 850 คัน แต่ตั้งเป้าถึง 50,000 คันภายในปี ค.ศ.2017

 

เอกสารอ้างอิงและแหล่งข้อมูล

อ้างอิง เกาหลี

อ้างอิง เกาหลี (2)

อ้างอิง เกาหลี (3)