แผนการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดของประเทศไทย

แนวทางของร่างแผนการขับเคลื่อนฯ

แนวทางที่ได้ถูกเสนอในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดของประเทศไทยนั้น เป็นไปในทิศทางของการพัฒนาระบบไมโครกริดสมัยใหม่หรือสมาร์ทไมโครกริดเป็นหลัก เนื่องจากระบบสมาร์ทไมโครกริดเป็นระบบที่สามารถรวมเอาเทคโนโลยีด้านสมาร์ทกริดหลายๆ ประเภทเข้าไว้ด้วยกัน และทำหน้าที่เชื่อมโยงควบคุมให้เทคโนโลยีต่างๆ เหล่านั้นทำงานสอดประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ระบบสมาร์ทไมโครกริดเป็นการบริหารจัดการพลังงานภายในพื้นที่ของระบบนั้น สนับสนุนให้มีการใช้งานระบบผลิตไฟฟ้าแบบกระจายตัว (Distributed Generation: DG) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงสามารถลดการพึ่งพาการจ่ายไฟฟ้าจากระบบโครงข่ายไฟฟ้าหลักได้ นอกจากนี้ระบบไมโครกริดสามารถเป็นพื้นที่ให้สามารถดำเนินการทดลองประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านสมาร์ทกริดใหม่ๆ ได้ เช่น ระบบกักเก็บพลังงาน ระบบบริหารจัดการพลังงานในบ้านเรือน อาคาร และโรงงานอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งในกรณีที่เกิดปัญหาหรือความขัดข้องขึ้นจากการดำเนินการทดสอบ สามารถแยกระบบไมโครกริดออกจากระบบโครงข่ายไฟฟ้าหลักได้โดยจำกัดไม่ให้ปัญหาหรือความขัดข้องนั้นจะไม่ลุกลามกระจายไปในบริเวณกว้าง นอกจากนี้ระบบสมาร์ทไมโครกริดสามารถแยกตัวเป็นอิสระโดยที่ยังสามารถจ่ายไฟฟ้าเลี้ยงโหลดไฟฟ้าบางส่วนที่มีความสำคัญได้อยู่ ดังนั้น หากเกิดปัญหาขึ้นในระบบโครงข่ายไฟฟ้าหลักจะทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าภายในระบบไมโครกริดลดน้อยลงกว่าปกติ นั่นคือ ระบบไมโครกริดสามารถสร้างความน่าเชื่อถือของระบบไฟฟ้าได้
ดังนั้นแนวทางการขับเคลื่อนที่สำคัญคือการใช้ระบบสมาร์ทไมโครกริดเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน แล้วจึงส่งเสริมให้การบริหารจัดการของระบบสมาร์ทไมโครกริดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยอาศัยเทคโนโลยีสมาร์ทกริดด้านอื่นๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ร่วม ทั้งนี้ ระบบสมาร์ทไมโครกริดแต่ละระบบไม่จำเป็นจะต้องประกอบด้วยเทคโนโลยีสมาร์ทกริดครบทุกประเภท และแต่ละระบบจะมีบริบทและลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันออกไปในรายละเอียด ดังนั้น เทคโนโลยีด้านสมาร์ทกริดอื่นๆ เช่น ระบบกักเก็บพลังงาน ระบบบริหารจัดการพลังงานในบ้านเรือน อาคาร และโรงงานอุตสาหกรรม ระบบควบคุมการตอบสนองด้านโหลดระบบพยากรณ์ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังงานทดแทน เป็นต้น จะถูกพิจารณานำเข้ามาประยุกต์ใช้ในระบบไมโครกริดต่างๆ อย่างเหมาะสมกับลักษณะเฉพาะของระบบไมโครกริดนั้นๆ ทั้งนี้ ระบบไมโครกริดที่พัฒนาขึ้นมานั้นจะต้องสามารถสื่อสารเชื่อมโยงกับศูนย์ควบคุมของระบบโครงข่ายไฟฟ้าหลักได้
ในอนาคตเมื่อระบบสมาร์ทไมโครกริดได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นจำนวนมากในประเทศ ระบบเหล่านั้นจะมีความฉลาดในการบริหารจัดการโดยตัวเองอยู่แล้ว เมื่อเชื่อมโยงระบบเหล่านี้เข้าด้วยกันจะกลายเป็นระบบโครงข่ายไฟฟ้าหลักที่มีความฉลาดในการบริหารจัดการหรือเป็นระบบสมาร์ทกริดไปในที่สุด
สำหรับการขับเคลื่อนการดำเนินการด้านสมาร์ทกริดในระยะสั้นนั้น จะเน้นการเตรียมโครงสร้างสำหรับดำเนินการขับเคลื่อน การศึกษาวิจัยเพื่อนำไปสู่ออกแบบโครงการนำร่องที่มีประสิทธิภาพ การดำเนินโครงการนำร่องด้านสมาร์ทกริด การเสริมสร้างขีดความสามารถภายในประเทศ การทำความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้อง การติดตามประเมินผล รวมถึงการจัดทำแผนการขับเคลื่อนการดำเนินการด้านสมาร์ทกริดในระยะปานกลางต่อไป โดยสำหรับการขับเคลื่อนการดำเนินการในช่วงระยะสั้นนั้นได้เน้นไปยัง 5 หัวข้อกลุ่มงานที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกมาดำเนินการก่อน ซึ่งสอดคล้องกับกรอบเวลาภายใต้แผนแม่บทฯ โดยได้แก่ ระบบบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System: EMS) การออกแบบกลไกราคาและสิ่งจูงใจ และการตอบสนองด้านโหลด (Pricing & Incentive Design & Demand Response) ระบบไมโครกริด (Microgrid) ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) การพยากรณ์ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังงานหมุนเวียนประเภทลมและแสงอาทิตย์ (Wind & Solar Power Forecast)
รูปที่ 31 หัวข้อกลุ่มงานภายใต้ร่างแผนการขับเคลื่อนฯ ในระยะสั้น

รูปแสดงหัวข้อกลุ่มงานภายใต้ร่างแผนการขับเคลื่อนฯ ในระยะสั้น

 

กระบวนการพัฒนาแผนการขับเคลื่อนฯ

โครงการพัฒนาแผนการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดของประเทศไทยได้ถูกตั้งขึ้นเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2558 โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 1 ปีก่อนจะสิ้นสุดโครงการในเดือนเมษายน พ.ศ. 2559 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำร่างแผนการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดของประเทศไทยในระยะสั้นขึ้นร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการ สำหรับกระบวนการจัดทำร่างแผนการขับเคลื่อนฯ เป็นไปโดยผ่านการประชุมหารือและระดมสมองอย่างเป็นทางการในรูปแบบของการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ (Task Force) ภายใต้โครงสร้างการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดของประเทศไทย ซึ่งคณะทำงานเฉพาะกิจได้ถูกจัดตั้งขึ้น 5 คณะเพื่อจัดทำแผนการขับเคลื่อนใน 5 หัวข้อ อันได้แก่ ระบบบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System: EMS) การออกแบบกลไกราคาและสิ่งจูงใจ และการตอบสนองด้านโหลด (Pricing & Incentive Design & Demand Response) ระบบไมโครกริด (Microgrid) ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) การพยากรณ์ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังงานหมุนเวียนประเภทลมและแสงอาทิตย์ (Wind & Solar Power Forecast)
สำหรับการคัดเลือก 5 หัวข้อกลุ่มงานนั้น ได้พิจารณาจากแผนแม่บทฯ เป็นหลัก โดยเทคโนโลยีระบบบริหารจัดการพลังงาน การตอบสนองด้านโหลด ระบบไมโครกริด และระบบกักเก็บพลังงานนั้น ได้ถูกระบุอยู่เป็นแผนระยะสั้น นั่นคือมีระยะเวลาการดำเนินการตั้งแต่ พ.ศ. 2560 – 2564 สำหรับการพยากรณ์ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังงานหมุนเวียนนั้นได้ถูกระบุในช่วงแผนระยะกลาง นั่นคือ พ.ศ. 2565 – 2574 อย่างไรก็ตาม ได้มีการพิจารณาว่าเทคโนโลยีการพยากรณ์ฯ มีความจำเป็นที่จะต้องถูกนำมาประยุกต์ใช้ในระบบไฟฟ้าอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้เนื่องจากได้มีระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเข้ามาเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าหลักมากขึ้น ส่งผลให้การควบคุมและบริหารจัดการระบบโครงข่ายไฟฟ้าหลักเป็นไปได้ลำบากมากขึ้น ดังนั้นจึงได้มีการรวมเทคโนโลยีการพยากรณ์ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังงานหมุนเวียนประเภทลมและแสงอาทิตย์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของหัวข้อคณะทำงานเฉพาะกิจและร่างแผนการขับเคลื่อนฯ ด้วย โดยคณะทำงานเฉพาะกิจที่จัดตั้งขึ้นทั้ง 5 คณะนั้นจะอยู่ภายใต้คณะทำงานพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะของประเทศไทย ซึ่งคณะทำงานพัฒนาฯ เป็นคณะทำงานชุดหนึ่งภายใต้คณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ โดยอีกคณะคือคณะทำงานศึกษาและพัฒนาความสามารถในการทำงานร่วมกันได้สำหรับโครงข่ายสมาร์ทกริดระหว่างสามการไฟฟ้า คณะอนุกรรมการฯ ชุดดังกล่าวรายงานต่อคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ซึ่งมีรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจเป็นประธานกรรมการ
รูปที่ 32 โครงสร้างการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดของประเทศไทย

รูปแสดงโครงสร้างการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดของประเทศไทย

 

คณะทำงานเฉพาะกิจที่ถูกจัดตั้งขึ้นได้มีการประชุมเพื่อหารือและกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดเป็นจำนวนทั้งสิ้น 23 ครั้ง โดยแบ่งออกเป็นการประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจกลุ่มย่อย ซึ่งแยกตามหัวข้อกลุ่มงานต่างหากเป็นจำนวน 4 ครั้งในแต่ละคณะ (รวมทั้งสิ้น 5 หัวข้อกลุ่มงาน 20 ครั้ง) และมีการประชุมรวมคณะทำงานเฉพาะกิจ 5 กลุ่มงานอีก 3 ครั้ง
รูปที่ 33 กระบวนการจัดทำร่างแผนการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดของประเทศไทย

รูปแสดงกระบวนการจัดทำร่างแผนการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดของประเทศไทย

 

สรุปร่างแผนการขับเคลื่อนฯ

ผลลัพธ์ที่ได้จากการดำเนินโครงการคือร่างแผนการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดของประเทศไทยในระยะสั้น ซึ่ง ครอบคลุมการดำเนินงานตั้งแต่ พ.ศ. 2559 – 2564 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อขับเคลื่อนแผนแม่บทฯ ในระยะสั้นให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ร่างแผนการขับเคลื่อนฯ ในระยะสั้นจะต้องถูกนำเสนอเพื่อให้ได้รับการอนุมัติเป็นแผนการขับเคลื่อนฯ ฉบับทางการที่จะมีผลในการนำไปดำเนินการต่อไป
ร่างแผนการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดในช่วงระยะสั้นครอบคลุมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรวมถึงการออกแบบโครงการนำร่อง การสาธิตและนำร่องเทคโนโลยีด้านสมาร์ทกริดผ่านโครงการนำร่อง นอกจากนี้จะยังมีการกล่าวถึงการส่งเสริมขีดความสามารถ และการรวบรวมแผนการลงทุนเพื่อจัดสรรงบประมาณที่จำเป็นในการดำเนินการ นอกจากนี้เพื่อให้การดำเนินการขับเคลื่อนเป็นไปอย่างราบรื่นจึงได้มีการจัดทำเนื้อหาที่ครอบคลุมรวมไปถึง การเตรียมโครงสร้างที่จำเป็นสำหรับการขับเคลื่อนการดำเนินการด้านสมาร์ทกริด การประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจกับผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย การติดตามและประเมินผลการดำเนินการ รวมถึงได้มีการเสนอให้ดำเนินการจัดทำร่างแผนการขับเคลื่อนการดำเนินการด้านสมาร์ทกริดในระยะปานกลางต่อไป
รูปด้านล่างแสดงผลลัพธ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนินการตามร่างแผนการขับเคลื่อนฯ ในระยะสั้น โดยเมื่อการดำเนินการตามแผนการขับเคลื่อนระยะสั้นได้ดำเนินการไปจนเสร็จสิ้น ผลสุดท้ายคือสามารถทราบแนวทางการขยายผลที่ชัดเจนในระยะปานกลางต่อไป
รูปที่ 34 องค์ประกอบของแผนการขับเคลื่อน

รูปแสดงองค์ประกอบของแผนการขับเคลื่อนฯ

 

 

รูปที่ 35 ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนินการตามร่างแผนการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดของประเทศไทย ในระยะสั้น

รูปแสดงผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนินการตามร่างแผนการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดของประเทศไทย ในระยะสั้น

 

แผนการเร่งรัดที่เสนอให้ดำเนินการทันที

แผนการเร่งรัดที่เสนอให้ดำเนินการทันที (Immediate Plan) เป็นส่วนหนึ่งของร่างแผนการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดในระยะสั้น ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถเห็นผลของการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมได้ในระยะเวลาอันสั้น จึงได้มีการเสนอแผนการเร่งรัดดังกล่าวเพื่อบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของแผนการขับเคลื่อนฯ ในระยะสั้น โดยแผนการเร่งรัดนี้เน้นเรื่องการดำเนินโครงการนำร่องเป็นหลักจำนวน 3 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการดั้งเดิมที่ได้ดำเนินการโดยหน่วยงานต่างๆ อยู่แล้ว
โดยโครงการนำร่องที่ถูกบรรจุอยู่ภายใต้แผนการเร่งรัดนั้นประกอบไปด้วย โครงการนำร่องการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริด อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งดำเนินการโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าแบบโครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (Microgrid) อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน และโครงการพัฒนาโครงข่ายสมาร์ทกริดในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งดำเนินการโดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)

 

โครงการนำร่องการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริด อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ด้วยสภาพภูมิประเทศของจังหวัดแม่ฮ่องสอนซึ่งมีลักษณะเป็นป่าเขา และมีการสงวนพื้นที่ส่วนใหญ่ไว้เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ดังนั้นจังหวัดแม่ฮ่องสอนจึงเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ระบบส่งไฟฟ้าแรงดันสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ ปัจจุบันได้มีการผลิตไฟฟ้าขึ้นภายในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนโดยอาศัยแหล่งพลังงานต่างๆ อย่างไรก็ตาม แหล่งพลังงานในพื้นที่มีอยู่อย่างจำกัด ไฟฟ้าบางส่วนจึงต้องถูกจ่ายมาจากระบบจำหน่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ผ่านพื้นที่ป่าซึ่งมีต้นไม้หนาแน่น ดังนั้น จังหวัดแม่ฮ่องสอนจึงมีปัญหากระแสไฟฟ้าขัดข้องบ่อยครั้งเนื่องจากต้นไม้ล้มพาดสายไฟ ปัญหาความเชื่อถือได้และคุณภาพของไฟฟ้าถือเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องได้รับการปรับปรุงในพื้นที่นี้
ดังนั้น กฟผ. จึงได้พัฒนาโครงการนำร่องระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดขึ้นในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งจะสามารถทำให้ระบบไฟฟ้าในเขตมีความมั่นคงสูงขึ้น นอกจากนี้ พื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอนถือได้ว่ามีความเหมาะสมในการดำเนินการโครงการนำร่อง เนื่องจากตำแหน่งที่ตั้งของโครงการ จึงมีความเป็นไปได้สำหรับการควบคุมและปฏิบัติการระบบร่วมกับระบบไมโครกริดของ กฟภ. ที่ อ.แม่สะเรียง ได้ต่อไปอนาคต
ปัจจุบัน กฟผ. ได้รับการอนุมัติงบประมาณสำหรับการดำเนินการเป็นมูลค่า 720 ล้านบาท อย่างไรก็ตามเนื่องจากได้รับการสนับสนุนด้านนโยบายเร่งรัดให้เกิดการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดอย่างเป็นรูปธรรมในระหว่างการพัฒนาแผนการเร่งรัดที่เสนอให้ดำเนินการทันที จึงได้มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดโครงการซึ่งครอบคลุมเทคโนโลยีสมาร์ทกริดและการดำเนินการเพิ่มเติมในขอบเขตที่กว้างขวางขึ้น โดยได้มีการเสนอให้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมมูลค่า 361 ล้านบาท นำไปสู่งบประมาณสำหรับโครงการทั้งสิ้น 1,081 ล้านบาท
รูปที่ 36 แนวความคิดโครงการนำร่องการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริด อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

รูปแสดงแนวความคิดโครงการนำร่องการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริด อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

 

ตารางเปรียบเทียบของเขตงานปัจจุบันกับขอบเขตงานที่จะนำเสนอภายใต้แผนการขับเคลื่อนเร่งรัด (โครงการนำร่องการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริด อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน)

ขอบเขตงานปัจจุบัน
ขอบเขตงานที่นำเสนอภายใต้แผนการขับเคลื่อนเร่งรัดที่เสนอให้ดำเนินการทันที (Immediate Plan)
มีการรวมประสานระบบสมาร์ทกริดเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานเดิมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่มีอยู่เดิมผ่านระบบของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)
พัฒนาและเพิ่มเติมโครงสร้างเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารใหม่ เช่น ระบบ 3G หรือ 4G เป็นต้น
ไม่มีการดำเนินการไฟถนนอัจฉริยะ
เพิ่มเติมไฟถนนอัจฉริยะ (Smart Streetlight) ประกอบด้วยหลอดไฟ LED พร้อมระบบจ่ายไฟฟ้าสำรอง (Uninterrupted Power Supply: UPS) ครอบคลุมระยะทาง 2 กิโลเมตร
ไม่มีการพัฒนาแอปพลิเคชั่นสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่
พัฒนาแอปพลิเคชั่นสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต รวมถึงการแสดงผลผ่านเว็บไซต์ เพื่อให้เห็นถึงสถานะของสมาร์ทกริดผ่านช่องทางดังกล่าวได้
ป้ายอัจฉริยะ (Smart Billboard) จำนวน 1 ป้าย
เพิ่มเติมป้ายอัจฉริยะเป็นทั้งหมด 3 ป้าย
สร้างศูนย์การเรียนรู้ขึ้นที่ผาบ่อง
เพิ่มเติมห้องจัดแสดงสถานะของระบบสมาร์ทกริดสำหรับผู้เข้าชม
กิจกรรมเพิ่มเติมต่างๆ เช่น การบริหารโครงการ การออกแบบโครงการ การทำความเข้าใจกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กิจกรรมประชาสัมพันธ์ กิจกรรมส่งเสริมขีดความสามารถ การออกแบบและศึกษาประเด็นต่างๆ

งบประมาณดำเนินการ 720 ล้านบาท

งบประมาณดำเนินการ 1,081 ล้านบาท (เพิ่มเติม 361 ล้านบาท)

 

โครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าแบบโครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (Microgrid) อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ปัจจุบันระบบไฟฟ้าในพื้นที่ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับการจ่ายไฟฟ้ามาจากสถานีไฟฟ้าฮอดซึ่งห่างออกไปเป็นระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร ผ่านพื้นที่ป่าเขา โดยแม้ในพื้นที่จะมีการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งต่างๆ เช่น โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงดีเซลของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำขนาดเล็กของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเชื้อเพลิงดีเซลสำรองฉุกเฉินของผู้ใช้ไฟรายใหญ่ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม แหล่งผลิตไฟฟ้าเหล่านี้มีขนาดกำลังผลิตที่ไม่แน่นอนและไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านคุณภาพไฟฟ้า ทำให้เกิดเหตุไฟฟ้าขัดข้องบ่อยครั้ง
กฟภ. ได้ดำเนินโครงการนำร่องในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อศึกษาและพัฒนาระบบควบคุมโครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (Microgrid Controller) เพื่อการวางแผนและปฏิบัติการระบบไฟฟ้าที่มีแหล่งผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กประเภทต่างๆ มีอัตราส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่มีความไม่แน่นอนสูง ให้สามารถใช้ศักยภาพของระบบได้สูงสุด เป็นการเพิ่มความมั่นคง ความเชื่อถือได้และคุณภาพของระบบไฟฟ้าโดยรวม
ปัจจุบัน กฟภ. ได้รับการอนุมัติงบประมาณสำหรับการดำเนินการ 265 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีแรงสนับสนุนด้านนโยบายเพื่อเร่งรัดให้เกิดการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการขับเคลื่อนฯ ในระยะสั้น จึงได้มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดโครงการซึ่งครอบคลุมเทคโนโลยีสมาร์ทกริดและการดำเนินการเพิ่มเติมในขอบเขตที่กว้างขวางขึ้น โดยได้มีการเสนอให้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมมูลค่า 582 ล้านบาท นำไปสู่งบประมาณสำหรับโครงการทั้งสิ้น 847 ล้านบาท
รูปที่ 37 แนวความคิดโครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าแบบโครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (Microgrid) อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

รูปแสดงแนวความคิดโครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าแบบโครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (Microgrid) อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

 

ตารางเปรียบเทียบของเขตงานปัจจุบันกับขอบเขตงานที่จะนำเสนอภายใต้แผนการขับเคลื่อนเร่งรัด (โครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าแบบโครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็กมาก อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน)

ขอบเขตงานปัจจุบัน
ขอบเขตงานที่นำเสนอภายใต้แผนการขับเคลื่อนเร่งรัดที่เสนอให้ดำเนินการทันที (Immediate Plan)
ระบบควบคุมไมโครกริด
เพิ่มความสามารถในการพยากรณ์ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังงานหมุนเวียนประเภทแสงอาทิตย์ในระบบควบคุมไมโครกริด โดยเน้นให้มีความสามารถบริหารจัดการพลังงานในกรณีที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในระบบมาก (RE Penetration Management)
ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดพิกัด 3 เมกะวัตต์ 1.5 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ประเภทลิเทียมไอออน (Li-Ion) เพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาคุณภาพไฟฟ้าเป็นหลัก
เพิ่มการติดตั้งแบตเตอรี่ส่วนกลาง ขนาดพิกัด 1 เมกะวัตต์ 3 เมกะวัตต์-ชั่วโมง โดยเป็นแบตเตอรี่ประเภทโซเดียวซัลเฟอร์ เพื่อจุดประสงค์ในการเก็บพลังงานสำรองไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน
ตู้ควบคุมระบบไฟฟ้า (Skidding) ระบบสื่อสาร อุปกรณ์สวิตซ์ (Switching)
เหมือนขอบเขตงานปัจจุบัน
โรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงดีเซลของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ขนาด4 x 1,000 กิโลโวลต์-แอมป์
เพิ่มเติมการติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้าเชื้อเพลิงดีเซลขนาด 3 เมกะวัตต์
ไม่มีการเชื่อมโยงการควบคุมการสั่งการกับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของเอกชน
เพิ่มเติมการเปลี่ยนอินเวอเตอร์ให้กับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของเอกชน เพื่อให้สามารถรองรับการสั่งการจากระบบไมโครกริดได้
ไม่มีการเชื่อมโยงระบบควบคุมไปยังโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำขนาดเล็กในพื้นที่
เพิ่มเติมการเชื่อมโยงระบบควบคุมโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำแม่สะเรียงของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (ขนาดพิกัด 2 x 625 กิโลโวลต์-แอมป์)
ไม่มีโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำแบบสูบกลับ
เพิ่มเติมโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำแบบสูบกลับ (Pumped Hydropower Plant) ขนาด 2 เมกะวัตต์ 4 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ในพื้นที่ที่มีศักยภาพ 2 แห่ง
ไม่มีการติดตั้งระบบบริหารจัดการพลังงาน
เพิ่มเติมการติดตั้งระบบบริหารจัดการพลังงานในบ้านเรือน (HEMS) จำนวน 10 แห่ง และการติดตั้งระบบบริหารจัดการพลังงานในอาคาร (BEMS) จำนวน 10 แห่ง
ไม่มีการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา
เพิ่มเติมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้านเรือน 10 แห่งที่มี HEMS (ขนาดของระบบ 3 กิโลวัตต์สูงสุด) และติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาอาคาร 10 แห่งที่มี BEMS (ขนาดของระบบ 10 กิโลวัตต์สูงสุด)
ไม่มีการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานในด้านผู้ใช้ไฟฟ้า
เพิ่มเติมการติดตั้งแบตเตอรี่ในบ้านเรือน 10 แห่งที่มี HEMS (ขนาดพิกัด 3 กิโลวัตต์ 10 กิโลวัตต์-ชั่วโมง และติดตั้งแบตเตอรี่ในอาคาร 10 แห่งที่มี BEMS (ขนาดพิกัด 10 กิโลวัตต์ 20 กิโลวัตต์-ชั่วโมง)
กิจกรรมเพิ่มเติมต่างๆ เช่น การบริหารโครงการ การออกแบบโครงการ การทำความเข้าใจกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กิจกรรมประชาสัมพันธ์ กิจกรรมส่งเสริมขีดความสามารถ การออกแบบและศึกษาประเด็นต่างๆ

งบประมาณดำเนินการ 265 ล้านบาท

งบประมาณดำเนินการ 847 ล้านบาท
(เพิ่มเติม 582 ล้านบาท)

 

โครงการพัฒนาโครงข่ายสมาร์ทกริดในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

โครงการพัฒนาโครงข่ายสมาร์ทกริดในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เป็นโครงการด้านสมาร์ทกริดแห่งแรกของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดยพื้นที่เมืองพัทยาได้รับการคัดเลือกเนื่องจากได้รับการพิจารณาว่ามีความเหมาะสมและความพร้อมในหลายๆ ด้าน อันได้แก่ เป็นเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจจึงมีความต้องการไฟฟ้าสูง มีการกระจายของผู้ใช้ไฟฟ้าหลายกลุ่ม (บ้านพักอาศัย อาคารสำนักงานโรงแรม ภาคธุรกิจ และโรงงานอุตสาหกรรม) ลักษณะชุมชนมีทั้งพื้นที่หนาแน่น พื้นที่เบาบาง พื้นที่ชนบท รวมถึงพื้นที่เกาะ จึงเหมาะสมกับการทดสอบการผสมผสานกันของเทคโนโลยีการสื่อสารหลายๆ รูปแบบ ได้รับความร่วมมือจากพื้นที่เป็นอย่างดี นอกจากนี้ เมืองพัทยามีนโยบายที่จะพัฒนาเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) จึงมีความเหมาะสมในการสาธิตเทคโนโลยีใหม่ๆ และมีโครงสร้างพื้นฐานของระบบสื่อสารที่ค่อนข้างพร้อมอยู่แล้ว
ปัจจุบัน กฟภ. ได้รับการอนุมัติงบประมาณสำหรับการดำเนินการ 1,069 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีแรงสนับสนุนด้านนโยบายเพื่อเร่งรัดให้เกิดการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการขับเคลื่อนฯ ในระยะสั้น จึงได้มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดโครงการซึ่งครอบคลุมเทคโนโลยีสมาร์ทกริดและการดำเนินการเพิ่มเติมในขอบเขตที่กว้างขวางขึ้น โดยได้มีการเสนอให้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมมูลค่า 439 ล้านบาท นำไปสู่งบประมาณสำหรับโครงการทั้งสิ้น 1,508 ล้านบาท
รูปที่ 38 แนวความคิดโครงการพัฒนาโครงข่ายสมาร์ทกริดในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

รูปแสดงแนวความคิดโครงการพัฒนาโครงข่ายสมาร์ทกริดในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

 

ตารางเปรียบเทียบของเขตงานปัจจุบันกับขอบเขตงานที่จะนำเสนอภายใต้แผนการขับเคลื่อนเร่งรัด (โครงการพัฒนาโครงข่ายสมาร์ทกริดในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี)

ขอบเขตงานปัจจุบัน
ขอบเขตงานที่นำเสนอภายใต้แผนการขับเคลื่อนเร่งรัดที่เสนอให้ดำเนินการทันที (Immediate Plan)
ระบบจัดการหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่ (Mobile Workforce Management)
เหมือนขอบเขตงานปัจจุบัน
ระบบควบคุมสถานีไฟฟ้าอัตโนมัติ (Substation Automation) ที่สถานีไฟฟ้าพัทยาเหนือ สถานีไฟฟ้าพัทยาใต้ และสถานีไฟฟ้าจอมเทียน
เหมือนขอบเขตงานปัจจุบัน
ไม่มีระบบควบคุมโหลดโดยตรง
เพิ่มเติมระบบควบคุมโหลดโดยตรง (Direct Load Control: DLC) โดยเน้นการดำเนินการกับระบบปรับอากาศ
ไม่มีการดำเนินการตอบสนองด้านโหลด
ระบบควบคุมการตอบสนองด้านโหลดซึ่งทำงานร่วมกับ BEMS HEMS และ DLC รวมถึงระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผลและสั่งการการตอบสนองด้านโหลด การเชื่อมโยงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศกับระบบเดิมของหน่วยงานภายนอก และระบบซอฟแวร์ที่จำเป็น รวมถึงมีการทดสอบสิ่งจูงใจ (Incentive) ที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการตอบสนองด้านโหลด
ไม่มีการติดตั้งระบบบริหารจัดการพลังงาน
เพิ่มเติมการติดตั้งระบบบริหารจัดการพลังงานในบ้านเรือน (Home Energy Management System: HEMS) จำนวน 50 ระบบ และระบบบริหารจัดการพลังงานในอาคาร (Building Energy Management System: BEMS) จำนวน 10 ระบบ
ไม่มีระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา
เพิ่มเติมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา บ้านเรือน 50 แห่งที่มี HEMS (ขนาดระบบ 3 กิโลวัตต์สูงสุด) และติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาอาคาร 10 แห่งที่มี BEMS (ขนาดระบบ 30 กิโลวัตต์สูงสุด)
ไม่มีการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน
เพิ่มเติมการติดตั้งแบตเตอรี่ในบ้านเรือน 50 แห่งที่มี HEMS (ขนาดพิกัด 3 กิโลวัตต์ 10 กิโลวัตต์-ชั่วโมง) และติดตั้งแบตเตอรี่ในอาคาร 10 แห่งที่มี BEMS (ขนาดพิกัด 30 กิโลวัตต์ 60 กิโลวัตต์-ชั่วโมง)
ไม่มีการพัฒนาแอปพลิเคชั่นสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่
เพิ่มเติมการพัฒนาแอปพลิเคชั่นสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ เช่นสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต เป็นต้น เพื่อให้สามารถดูสถานการณ์ทำงานของระบบสมาร์กริดรวมถึงเพื่อแจ้งเตือนการดำเนินการตอบสนองด้านโหลด
ไม่มีระบบพยากรณ์ไฟฟ้า
เพิ่มเติมระบบพยากรณ์ไฟฟ้าทั้งในส่วนของผู้ใช้ไฟฟ้าและการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานต่างๆ
ไม่มีศูนย์เรียนรู้
เพิ่มเติมการจัดสร้างศูนย์เรียนรู้
กิจกรรมเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น การบริหารโครงการ การออกแบบโครงการ การทำความเข้าใจกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กิจกรรมประชาสัมพันธ์ กิจกรรมส่งเสริมขีดความสามารถ การออกแบบและศึกษาประเด็นต่างๆ เป็นต้น

งบประมาณดำเนินการ 1,069 ล้านบาท

งบประมาณดำเนินการ 1,508 ล้านบาท
(เพิ่มเติม 439 ล้านบาท)

 

การเตรียมการดำเนินการขับเคลื่อน

แผนการขับเคลื่อนฯ ในระยะสั้นได้เสนอกิจกรรมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมการที่จำเป็นเพื่อการดำเนินการขับเคลื่อนด้านสมาร์ทกริดต่อไป นั่นคือ เริ่มจากการจัดทำร่างแผนการขับเคลื่อนการดำเนินการในระยะสั้นให้แล้วเสร็จ รวมถึงการดำเนินการที่จำเป็นเพื่อให้ร่างแผนการับเคลื่อนฯ ดังกล่าวได้รับการอนุมัติอันจะนำไปสู่การดำเนินการจริง นอกจากนั้นยังได้เสนอให้มีการทำความเข้าใจกับผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานหลักต่างๆ เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้ได้รับความเห็นชอบและแรงสนับสนุนที่จำเป็นจากผู้บริหารระดับสูง (Top Management Commitment) อันจะนำไปสู่การดำเนินการในขั้นต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเมื่อได้รับความเห็นชอบจากผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานหลักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะมีการจัดทำข้อตกลงร่วมในการกำหนดคุณสมบัติ (Feature) ของระบบสมาร์ทกริดของประเทศไทย พร้อมทั้งแจกแจงบทบาทของแต่ละหน่วยงานในการดำเนินการ
รูปที่ 39 การเตรียมการสำหรับการดำเนินการขับเคลื่อน

รูปแสดงการเตรียมการสำหรับการดำเนินการขับเคลื่อน

 

หลังจากนั้น ยังได้มีการเสนอให้จัดเตรียมโครงสร้างด้านบุคลากรในลักษณะของคณะบุคลากรเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการด้านสมาร์ทกริดจำนวน 2 คณะ ซึ่งจะประกอบด้วยบุคลากรในระดับที่แตกต่างกัน
คณะบุคลากร และบทบาทหน้าที
สมาชิกคณะ
คณะกำกับแผนแม่บทและแผนการขับเคลื่อน (Steering Committee)
บทบาทหน้าที่: กำหนดนโยบายหน่วยงานของตนเอง กำกับดูแล ประเมินผล ตัดสินใจ จัดหางบประมาณ ดำเนินการปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติม กฎระเบียบ กฎหมายต่างๆ แต่งตั้งคณะทำงานตามความเหมาะสม
ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ผู้ว่าการของหน่วยงานด้านการไฟฟ้า เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ตัวแทนระดับอธิบดี (หรือเทียบเท่า) ขึ้นไปจากหน่วยงานดังต่อไปนี้ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สถาบันการศึกษา สมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน และสภาอุตสาหกรรม
คณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินการด้านสมาร์ทกริด (Working Committee)
บทบาทหน้าที่: ปฏิบัติตามได้รับมอบหมายจากคณะกำกับฯ รายงานความคืบหน้าการดำเนินการเสนอแนวคิด/แนวทาง
ผู้แทนที่ได้รับการแต่งตั้งจากหน่วยงานต่างๆ (การแต่งตั้งเป็นไปตามนโยบายของแต่ละหน่วยงาน) ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หน่วยงานด้านการไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ตัวแทนระดับอธิบดี (หรือเทียบเท่า) ขึ้นไปจากหน่วยงานดังต่อไปนี้ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สถาบันการศึกษา สมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนและสภาอุตสาหกรรม

 

การออกแบบ ศึกษาและวิจัย

การออกแบบ ศึกษาและวิจัย ที่นำเสนอภายใต้ร่างแผนการขับเคลื่อนฯ ในระยะสั้นนั้น ครอบคลุมทั้งประเด็นเชิงเทคนิคและรวมไปถึงประเด็นเชิงธุรกิจ การเงิน การกำหนดสนับสนุนและสิ่งจูงใจ กฎระเบียบ สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยประกอบด้วย การออกแบบรูปแบบธุรกิจ (Business Model) การกำหนดการปรับปรุงกฎระเบียบข้อบังคับที่จำเป็น การกำหนดกลไกการสนับสนุน การออกแบบโครงการนำร่อง (ซึ่งประกอบด้วยการต่อยอดโครงการนำร่องเดิม และการพัฒนาโครงการนำร่องใหม่) การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์เพื่อพัฒนาตลาดสมาร์ทกริดขึ้นภายในประเทศ
รูปที่ 310 การออกแบบ ศึกษาและวิจัย

รูปแสดงการออกแบบ ศึกษาและวิจัย

 

การนำร่องและสาธิต

สำหรับการดำเนินการนำร่องและสาธิตนั้น ส่วนหนึ่งได้ถูกบรรจุไว้อยู่แล้วในแผนการขับเคลื่อนเร่งรัดที่เสนอให้ดำเนินการทันที (Immediate Plan) นั่นคือ การเสนอโครงการนำร่องฉบับปรับปรุงของหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ โครงการนำร่องการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริด อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งดำเนินการโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าแบบโครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (Microgrid) อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน และโครงการพัฒนาโครงข่ายสมาร์ทกริดในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งดำเนินการโดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) นอกจากนี้ยังรวมถีงโครงการนำร่องการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดบนพื้นที่เกาะสมุย ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ซึ่งยังอยู่ในช่วงของการศึกษาและออกแบบโครงการ
นอกจากโครงการนำร่องที่ได้นำเสนอไว้ในส่วนของแผนการขับเคลื่อนเร่งรัดฯ แล้ว ได้มีการเสนอให้ดำเนินโครงการนำร่องอื่นๆ อีกในกรอบเวลาที่ขยายอกไป โดยโครงการนำร่องส่วนที่กล่าวมานั้นจะอาศัยผลของการศึกษา วิจัยและการออกแบบ เพื่อให้การดำเนินการนำร่องและสาธิตดังกล่าวเป็นไปอย่างรอบคอบและสอดคล้องกับทิศทางผลลัพธ์การศึกษาวิจัยในหัวข้อต่างๆ
โดยกระบวนการสาธิตนำร่องนั้นจะประกอบไปด้วยส่วนหลักๆ อันได้แก่ การเตรียมการโครงการนำร่อง นั่นคือ การนำผลที่ได้จากการศึกษาวิจัยและออกแบบ มาใช้ในการเตรียมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาโครงการนำร่องตามกระบวนการต่อไป เช่น การแก้กฎระเบียบต่างๆ ที่ทำให้การดำเนินโครงการนำร่องติดขัด โดยอาศัยผลการศึกษาและการกำหนดการปรับปรุงการแก้ไขกฎระเบียบที่จำเป็นที่ได้ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ หรือการดำเนินการออกประกาศสิ่งจูงใจที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาโครงการนำร่อง เป็นต้น
โดยหลังจากที่ได้ดำเนินการในส่วนของขั้นตอนการเตรียมการเสร็จสิ้นแล้ว สภาพแวดล้อมในด้านต่างๆ จะเอื้อให้การพัฒนาโครงการนำร่องดำเนินไปได้โดยสะดวก โดยการดำเนินโครงการนำร่องจะประกอบด้วยสองส่วนหลักๆ ได้แก่ การพัฒนาโครงการนำร่องแบบต่อยอดจากโครงการนำร่องที่มีอยู่เดิมของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งรวมถึงโครงการนำร่องที่รวมอยู่ในแผนการขับเคลื่อนเร่งรัดฯ 3 โครงการและโครงการนำร่องอื่นๆ ที่มีอยู่แล้วของหน่วยงานต่างๆ แต่ไม่ได้บรรจุอยู่ภายใต้แผนการขับเคลื่อนเร่งรัดฯ สำหรับส่วนที่สองจะเป็นการพัฒนาโครงการนำร่องขึ้นมาใหม่ ซึ่งอาจจะมีความจำเป็นในกรณีที่โครงการนำร่องเดิมที่มาอยู่แล้วไม่สามารถใช้สำหรับการทดสอบเทคโนโลยีบางประเภทได้ อย่างไรก็ตาม โครงการนำร่องเพิ่มเติมจะถูกพัฒนาขึ้นในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น
รูปที่ 311 การสาธิตและนำร่องเทคโนโลยีสมาร์ทกริด

รูปแสดงการสาธิตและนำร่องเทคโนโลยีสมาร์ทกริด

 

การส่งเสริมขีดความสามารถ

การส่งเสริมขีดความสามารถนั้นได้แบ่งออกเป็นสองส่วน นั่นคือ การส่งเสริมขีดความสามารถของบุคลากร และการส่งเสริมขีดความสามารถของหน่วยงานต่างๆ โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่การประเมินความต้องการ (Need Assessment) การพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรผ่านการทำงานจริง (On-the-job Training) การจัดทำหลักสูตรด้านสมาร์ทกริด การถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านสมาร์ทกริดจากต่างประเทศ

การทำความเข้าใจกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

การทำความเข้าใจกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนั้นถือว่าเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญอันจะนำไปสู่การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดของประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ การทำความเข้าใจกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนั้นจะต้องเป็นไปในสองทิศทาง และต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาภายใต้แผนการขับเคลื่อนในระยะสั้น
โดยได้มีการเสนอให้จัดตั้งศูนย์ข้อมูลเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็นในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับระบบสมาร์ทกริด ซึ่งครอบคลุมรวมถึงประเด็นต่างๆ ในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้จะมีการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์และการดำเนินกิจกรรมประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ พร้อมทั้งเปิดช่องทางรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและบุคคลทั่วไป

การติดตามประเมินผล

ร่างแผนการขับเคลื่อนฯ ในระยะสั้น ได้จัดให้มีการดำเนินการติดตามและประเมินผลการขับเคลื่อนด้านสมาร์ทกริดอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการเสนอให้มีการประเมินผลการดำเนินงานในภาพรวมทุกปี เพื่อใช้ประกอบการปรับทิศทางของแผนการขับเคลื่อนและการดำเนินงานในปีถัดไปให้เหมาะสมและมีความสอดคล้องกับบริบทที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้น ทั้งนี้ การติดตามและประเมินผลยังจะมีส่วนช่วยให้เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ในอดีต (Lesson Learnt) สำหรับการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดต่างๆ

การจัดทำแผนการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดในระยะปานกลาง

นอกจากกิจกรรมต่างๆ ที่เสนอให้ดำเนินการภายในกรอบระยะเวลาของแผนการขับเคลื่อนในระยะสั้น นั่นคือ พ.ศ. 2560 – 2564 ยังได้มีการเสนอให้จัดทำร่างแผนการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดคู่ขนานไปพร้อมกันด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถได้มาซึ่งงบประมาณที่พร้อมสำหรับการดำเนินการขับเคลื่อนในระยะปานกลางในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี พ.ศ. 2565
โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับดำเนินการจัดทำร่างแผนการขับเคลื่อนในระยะปานกลางคือตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 – 2562 นั่นคือภายหลังจากที่การออกแบบ ศึกษา และวิจัยที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบทางธุรกิจที่เป็นไปได้ กฎระเบียบต่างๆ สิ่งจูงใจและสนับสนุน รวมถึงการออกแบบโครงการนำร่องต่างๆ ได้ดำเนินการไปแล้วบางส่วน และสามารถใช้ผลเบื้องต้นประกอบในการพิจารณาจัดทำแผนการขับเคลื่อนดังกล่าว
ภายหลังจากได้มีการจัดทำร่างแผนการขับเคลื่อนในระยะปานกลางเสร็จสิ้นแล้ว จะต้องมีกระบวนการนำเสนอร่างดังกล่าวเป็นลำดับต่อไปเพื่อให้ได้มาซึ่งการอนุมัติแผนการขับเคลื่อนระบบสมาร์ทกริดในระยะปานกลางอย่างเป็นทางการ โดยแผนการขับเคลื่อนฯ ในระยะปานกลางควรจะได้รับการอนุมัติภายในปี พ.ศ. 2563 เพื่อที่จะสามารถจัดงบประมาณได้ภายในไตรมาสที่ 2 ของปี พ.ศ. 2564 อันจะนำมาสู่งบประมาณสำหรับการดำเนินการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดในระยะปานกลางตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป